
แถลงการณ์สมัชชาคนจน เดินหน้าประชาธิปไตยเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน!
นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ มาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๙๔ ปีแล้ว ประเทศไทยของเรายังคงไม่ได้ เป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มตัว มิหนำซ้ำยังมีแนวโน้มที่จะห่างไกลออกไปอีกด้วย โดยเฉพาะ เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ทำลายหลักการที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย คือ การให้ความสำคัญ กับความมั่นคงของรัฐ มากกว่าการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ระบบราชการ มัดมือมัดตีนของประชาชนไว้ด้วยยุทธศาสตร์ชาติที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์และไม่สามารถปฏิบัติได้จริง อีกทั้งที่มาขององค์กรอิสระและวุฒิสภาก็ไม่ได้มีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน อันแสดงผลออกมาเป็นคำวินิจฉัย ที่ประชาชนไม่ยอมรับ และก่นด่าไปทั่วทุกมุมเมือง แม้กระทั่งที่มาของรัฐบาลแต่ละคณะก็เต็มไปด้วยข้อกังขา การบริหารของรัฐบาลก็สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่ราคาผลผลิตกลับตกต่ำลง คนงานถูกเลิกจ้าง แรงงานแพลตฟอร์มถูกขูดรีดค่าแรง มีการออกกฎหมาย ที่ขับไล่และจำกัดสิทธิของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น พรบ.อุทยานแห่งชาติ พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พรบ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย รวมทั้งมีการยอมรับข้อตกลง และกติการะหว่างประเทศ เช่น ข้อตกลงทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศจอมปลอม ก็ยิ่งทำให้ประเทศชาติขาดความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจ
ช่องว่างทางการศึกษาระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้นเช่นเดียวกับช่องว่างทางรายได้ ยาเสพติดระบาดไปทั่วทุกหัวระแหง ปล่อยให้จีนเทา ยิวเถื่อนเข้ามาครอบครองที่ดิน ทำธุรกิจผิดกฎหมาย และเหิมเกริมถึงขั้นทำร้ายประชาชนคนไทย ระบบราชการก็เต็มไปด้วยการทุจริต คอร์รัปชั่น ระบบพวกพ้อง และไม่มีประสิทธิภาพ รัฐสวัสดิการถูกบิดเบือนเป็นนโยบายประชานิยม หนี้สินครัวเรือน หนี้สินประเทศชาติก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ระบอบประชาธิปไตยที่เราอยากได้ไม่ได้เป็นแบบนี้
พวกเราเห็นว่า หลักการที่คณะราษฎรได้ประกาศไว้เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๖ ประการคือ
๑. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒. จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงมาก
๓. จะต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะพยายาม หางานให้ราษฎรทุกคนทำโดยเต็มความสามารถ จะร่างโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔. จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอกัน
๕. จะต้องให้ราษฎรมีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการ ดังกล่าวข้างต้น
๖. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
หลักการดังกล่าว เป็นหมุดหมายที่สำคัญในการบรรลุถึงระบอบประชาธิปไตย หรือเป็นสิ่งที่พวกเราเรียกว่า “ประชาธิปไตยที่กินได้ การเมืองที่เห็นหัวคนจน” แต่ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่เป็นไปตามหลัก ๖ ประการนี้ พวกเราจึงได้เรียกร้องให้มีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ โดยประชาชน นับตั้งแต่ยังเป็น ร่างรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๙ ด้วยซ้ำไป ถึงแม้ว่าข้อเรียกร้องของพวกเราจะถูกขัดขวาง บิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสีเพื่อเป็นข้ออ้างในการไม่ยอมเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ แต่พวกเราก็มิได้หวั่นไหว
เมื่อมีการทำประชามติ พวกเราก็ออกมารณรงค์ให้กาเห็นชอบและชัยชนะ ในการทำประชามติ ก็เป็นแรงผลักดันให้พวกเรายังคงมุ่งมั่นที่จะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ต่อไป แม้ว่าพวกเราจะเป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ ก็ตาม และเราต้องขอชื่นชมเพื่อนมิตรจำนวนไม่น้อยที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันเรื่องนี้ หากไม่มีพวกเขาเหล่านั้น ก็คงไม่คืบหน้ามาถึงขนาดนี้ และอุปสรรคที่สำคัญสำหรับพวกเรา ก็คือคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ยอมให้พวกเราเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ทั้งที่อำนาจอธิปไตยนั้นเป็นของประชาชน ไม่ควรจะใช้ข้ออ้างหรือข้อจำกัดใดๆ มาลิดรอนอำนาจของประชาชน
เนื่องในวันนี้เป็นวันอภิวัฒน์สยามพวกเราจึงขอประกาศว่าพวกเราจะเดินหน้าเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ให้เป็นไปตามหลัก ๖ ประการที่คณะราษฎรได้เสนอไว้ และขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองทุกพรรค รวมทั้งวุฒิสภา ร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นผู้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ต่อไป
ประชาธิปไตยที่กินได้ การเมืองที่เห็นหัวคนจน
สมัชชาคนจน
๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙
เวลาย่ำรุ่ง
![[highlight] เวทีรัฐไทยกับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรม](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fcms.assemblyofthepoor.org%2Fwp-content%2Fuploads%2F2026%2F06%2F1.png&w=3840&q=75&dpl=dpl_Cz9tgoMyiCrphJq3T4QfkVUH4dcY)
